เชื่อในตัวเอง vs เชื่อในสถานการณ์

สมัยเรียนป.โท วิชา Human resource management กับดร.มณีวรรณ นี่มีเรื่องนึงที่ผมค่อนข้างชอบแล้วก็จำมาถึงทุกวันนี้ คลาสนั้นอาจารย์แกพูดในเรื่องของจิตวิทยามนุษย์ และมีหัวข้อนึงที่ค่อนข้างน่าสนใจให้เก็บมาคิดต่อนั่นก็คือเรื่อง Locus of control

Locus of control นั้นก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย มันเป็นเรื่องที่บอกเกี่ยวกับความเชื่อของบุคคลว่า ผลลัพธ์ใดก็ตามที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นเพราะอะไร เกิดจากอะไร ซึ่งก็แบ่งได้เป็น 2 อย่างคือ Internal locus of control และ External locus of control

Internal locus of control

ก็คือการเชื่อในตนเอง ทำนองลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน คนนั้นจะเชื่อเสมอว่าตัวเองสามารถเปลี่ยนแปลงหรือเปลี่ยนลิขิตของตนเองได้ ไม่ว่าปัจจัยใดเกิดขึ้น ล้วนมาจากผลกระทำของตนเองเป็นส่วนใหญ่ เช่น ประกาศผลคะแนนสอบออกมา ถ้าได้ไม่ดีจะคิดว่าตัวเองพยายามไม่มากพอ คือไม่โทษสิ่งอื่น เชื่อว่าตนเองเป็นผู้กำหนดผลลัพธ์เหล่านั้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง บุคคลที่ผมนึกออกในเรื่องการเชื่อในตัวเองนี้ที่เห็นได้ชัดเลยคือ Cristiano Ronaldo และ Bill Gates

External locus of control

ก็จะเป็นอีกมุมนึงเลย นั่นก็คือคนประเภทนี้จะเชื่อในปัจจัยภายนอก หรือปัจจัยแวดล้อมว่ามีผลกับผลลัพธ์ขั้นสุดท้ายที่เกิดขึ้นกับเรา ไม่ว่าจะเป็น “เกิดมาไม่รวย ถ้ารวยก็ทำหรือเป็นแบบนั้นไปแล้ว” หรือ “โชคไม่ดี ถ้าเรามีคอนเนคชันดีแบบนั้นบ้างก็ไม่ต่างกันหรอก” หรือ “เวลาไม่พอ ไม่มีเวลาเลย ถ้าฉันมีแบบนั้นบ้างก็คงดี” เรามักจะเห็น หรือได้ยินคำพวกนี้จากคนบางคนอยู่เสมอ คือคิดตลอดว่าผลลัพธ์ใดก็ตามที่เกิดขึ้น มักมาจากปัจจัยอื่น เกิดจากสิ่งอื่น โทษนั้นนี้ไปเรื่อย (หรือแม้แต่การวัดผลใดๆ ก็ตามแล้วได้คะแนนสูง ก็มักจะคิดว่าโชคช่วย หรือมีการเข้าใจผิด ไม่ได้คิดว่าเกิดจากความพยายามของตนเอง)

locus of control
ภาพประกอบจาก Debt Discipline

บ่อยครั้งหรือเปล่าที่คุณรู้สึกว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ไม่สามารถสร้างโอกาส การเปลี่ยนแปลง หรือคิดว่าเรื่องใดก็ตามที่ทำนั้น ตนเองไม่ได้มีความเชื่อที่จะเปลี่ยนอะไรได้ มันอาจจะเป็นเพราะ personality ที่เรามีในตอนนี้นั้นเป็นแบบ external locus of control ก็ได้

แต่ผมก็ไม่เชื่อว่าคนเราจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ สมัยเด็ก หรือ 3 ปีที่แล้วเราอาจจะเป็นคนแบบ external แต่เมื่อเจอเรื่องอะไรมากขึ้น บีบให้เราต้องเปลี่ยนตัวเอง เปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำงาน จริงอยู่มันอาจจะทำให้เราใช้ชีวิตลำบากขึ้น เหนื่อยมากขึ้น แต่มันก็ค่อยปรับเราให้เป็นคนที่เชื่อในตนเอง ไม่แคร์ปัจจัยแวดล้อมภายนอก เป็นคนที่พึ่งพาตนเอง และกลายเป็น internal ในที่สุด

ภาพยนตร์หลายเรื่องมักจะนำเสนอบุคคล หรือเรื่องราวที่ตัวเอกมี personality แบบ internal ครับ ยกตัวอย่างเช่น The hurt locker, Gladiator, Peaky Blinder หรือแม้กระทั่งนักคิด นักพัฒนา นักกีฬาทั้งหลายที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายอย่าง Steve Jobs, Elon musks ฯลฯ แล้วเราก็ชื่นชอบถึงความทะเยอทะยานเหล่านั้นเช่นกัน

ในเรื่องของการทำงาน บางครั้งเราก็มักจะต้องเจอกับเพื่อนร่วมงานหลายแบบ และก็มีทั้ง internal และ external ต่างกันไป แน่นอนว่าเมื่อเรามีเพื่อนร่วมงานที่เป็นแบบ external เยอะก็อาจจะต้องเหนื่อยหน่อยในการ push หรือพยายามช่วย พยายามปรับทัศนคติให้ดีขึ้นกันไป

To win big, you sometimes have to take big risks. - bill gates
To win big, you sometimes have to take big risks. – bill gates

ถ้าตั้งเป้าหมายคือล้มซีซาร์ บางคนก็ได้ยินก็ถอดใจแล้ว เป็นทหารธรรมดาจะล้มซีซาร์ได้อย่างไร ทั้งๆที่ยังไม่ได้คิด ยังไม่ได้ลอง หรือหาวิธีใดๆ แล้วก็จมอยู่กับปัจจุบันต่อไป แต่บางคนกลับทำทุกอย่าง ไม่กลัวที่จะคิดการใหญ่ ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะความพยายามที่ตนเองมี

ช่วงแรกคุณอาจจะโดนใครหัวเราะ ถากถาง หรือเยาะเย้ยตลอดในความพยายามที่คุณมี ต่อสิ่งที่คนอื่นคิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ความสม่ำเสมอและความมุ่งมั่นของคุณนั้นเองที่จะทำให้คนเหล่านั้นละอายที่เคยได้พูดออกไป

    แสดงความเห็นของคุณที่นี่

    กรุณากรอกอีเมล์ของคุณก่อนส่งข้อมูล เพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อมีคนมาตอบข้อความของคุณ