Jir4yu.me

ความรู้สึก.. ที่ตอนไหนๆก็(ไม่)เหมือนกัน

อยากเจอคนแบบไหน ให้พาตัวเองไปที่แบบนั้น

ผมว่ามันเป็นเรื่องที่เราได้ยินกันมานานแล้ว และมันก็ฟังดูเป็นเรื่องธรรมดาที่มันควรจะเป็นถูกไหมครับ? ถ้าอยากเจอคนเก่งคนขยันก็น่าจะไปร้านหนังสือ หรือห้องสมุด ถ้าอยากเจอคนที่รักสุขภาพก็ไปตามฟิตเนส หรือตามสวนสาธารณะ เจอคนจิตใจดีก็ให้ไปตามวัด ตามมูลนิธิ แต่ความจริงนั่นอาจจะไม่ใช่เสมอไปก็ได้ ถ้าเรามัวแต่นั่งคาดหวังให้เจอคนแบบไหน ในที่แบบไหน บางครั้งคนเกเรอาจจะเข้าวัดไปทำบุญปีละครั้ง แล้วบังเอิญคุณอาจจะได้พบกับคนๆ นั้นก็เป็นได้ แล้วผมก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ว่าการที่พบเจอคนในที่แบบไหนจะหมายความว่าเขาเป็นคนยังไง.. ถ้าไม่ได้เจอบ่อย หรือได้รู้จักจริงๆ

การคาดหวังในตัวคนอื่น หรือสถานที่ ฟังดูไม่ค่อยเสถียรเอาเสียเลย

lumpini-park

ความคาดหวังของคนเรามีมากมีน้อยต่างกันไป ยิ่งคาดหวังมาก เวลาไม่ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ก็อาจจะนอย หรือเสียใจบ้างในบางที แต่การไม่คาดหวังเลย ก็ดูจะเป็นเรื่องของการไม่มีจุดหมาย แล้วก็ดูเหมือนจะมองอะไรในแง่ลบไปหน่อย กลับกันถ้ากลับมาเปลี่ยนความคิดตัวเอง มองโลกในแง่ดีแต่ก็ไม่ได้ดีเกินไป ตั้งความคาดหวังกับสิ่งอื่นเท่าที่เป็นไปได้แต่ก็ไม่ได้อะไรกับมันมาก พาตัวเองไปอยู่ในที่ที่สบายใจ เลือกคุยเลือกคบค้าสมาคมกับคนที่พูดเรื่องดีๆ มองโลกในแง่ดีเป็นส่วนใหญ่ ยังไงก็ทำให้เรารู้สึกดีมากขึ้นกว่าวันๆ เจอแต่คนบ่นนั่นบ่นนี่ คนแบกปัญหาเบื่อชีวิต แล้วก็ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงอะไรเลย

ผมเริ่มรักการวิ่งเพราะมันทำให้รู้สึกว่าเราสามารถแก้ปัญหาเรื่องอื่นๆ ที่กำลังจะเจอได้ มันเหมือนกับมีอะไรมาเปลี่ยนความคิดบางส่วน โดยที่ผมอาจจะคิดไปเองก็ได้ แต่แค่รู้สึกว่าเราสามารถทำเรื่องบางเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ เราโอเคที่จะเตรียมตัวกับปัญหา หรืออะไรที่กำลังจะเข้ามา มันทำให้ผมรู้สึกว่ากำลังทำอะไรตามเป้าหมายอยู่ เมื่อก่อนอาจจะคิดว่า “กูจะทำมันยังไง จะหามันยังไง” เหมือนกับหาทางไป หาทางออกไม่ได้ในบางครั้ง แต่ตอนนี้รู้สึกว่าทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็ได้เดี๋ยวมันก็มาเอง

อาจจะเป็นเพราะเราขยันที่จะซ้อมมากขึ้น มีเดดไลน์ รู้ว่าเส้นชัยอยู่ตรงไหน วิ่งเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะเราดูแลสุขภาพ อาหารการกิน แล้วก็ใส่ใจเรื่องเล็กน้อยที่ไม่เคยคิดถึงอย่าง การหายใจ ท่าวิ่ง การพักผ่อน การที่จะทำยังไงให้พาตัวเองไปถึงที่ตรงนั้นได้ มันอาจจะฟังดูเป็นเรื่องง่าย แต่ถ้าได้เข้ามาลองจริงๆ จะรู้สึกว่าปากมันก็พูดไปตามที่สมองคิด สมองคิดอะไรมันก็เหมือนบ่งบอกว่าเราเป็นคนยังไงนั่นแหละครับ

แล้วจะพาตัวเองไปในที่ที่อยากจะเจอคนแบบไหนทำไม ในเมื่อตัวเองก็ไม่ได้ต่างไปกว่าคนที่ไม่อยากจะเจอเหล่านั้นเลย.

Jirayu Limjinda

ถ้าไม่รู้จักกัน บางทีคุณอาจจะไม่เข้าใจกับสิ่งที่ผมทำ.. กลับกัน ถ้าคุณรู้จักผมดี คุณจะไม่ต้องเอ่ยปากถามเลยว่าทำไม

แสดงความคิดเห็นของคุณที่นี่

loading, please wait..

loading, please wait..