การอยู่คนเดียวมานานทำให้เราสร้างเศรษฐกิจส่วนตัวขึ้นมา หรือจะเรียกได้ว่าการที่อยู่ด้วยตัวเองยิ่งนานเท่าไหร่ เรายิ่ง optimize อะไรต่างๆให้เหมาะกับการทำอะไรคนเดียวมากขึ้น เช่น ตัดสินใจเอง ทำงานตามที่อยากทำ วันนี้อยากเงียบ อยากกินตอนไหนก็กิน อยากได้กาแฟ หยิบกุญแจรถก็ขับออกไปเลย มันไม่มีคำถามแบบการมีชีวิตคู่แบบ วันนี้ไปไหม วันนี้อยากทำไหม ทำไมอย่างนั้นอย่างนี้
มันเหมือนเป็นระบบที่คล่องตัว และเมื่อยิ่งเราอยู่คนเดียวนานขึ้นเท่าไหร่ ต้นทุนของการมีใครสักคนมันก็จะดูเหมือนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ถึงแม้การมีใครสักคนเข้ามาอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องคำว่า “ต้นทุน” เหมือนในโลกเศรษฐศาสตร์มากนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่า “ทางเลือก” ก็เป็นหนึ่งในต้นทุนชิ้นใหญ่ที่มักจะถูกเปลี่ยนแปลง และเปรียบเทียบเมื่อมีใครอีกคนเข้ามา
ตอนอยู่คนเดียวเรามีทางเลือกมากมายมหาศาล จะไปไหนก็ได้ กินอะไรก็ได้ ทำอะไรก็ได้ แต่พอการมีใครสักคน ทางเลือกพวกนี้อาจจะถูกแลกหรือเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมกว่าที่เราเคยมีเป็นสิบปี
ผมจำได้ว่าเคยมีเพื่อนถามเรื่องประมาณนี้ แล้วผมก็ตอบประมาณนี้ แทบทุกครั้งที่ตอบแบบนี้ก็จะโดนสวนกลับมาว่า งั้นมึงก็อยู่คนเดียวไปละกัน หรือ การมีคู่ก็มักจะต้องเปลี่ยนอะไรเข้าหากันบ้างไม่ใช่ไง ซึ่งนั่นถูกหมดเลย แต่เราไม่ใช่เด็กๆแล้วที่จะตอบกันแบบขวานผ่าซาก เพราะก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าต้นทุนไอ้ที่เขียนมาตั้งแต่แรกนี่นั้นไม่ใช่เรื่องเงินทอง(ที่เกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์จริงๆ) หรือแค่การตัดสินใจ แต่เป็น ความมีอิสระ หรือ freedom ด้วย

เพราะความสัมพันธ์ที่ดี อาจไม่ได้ลด freedom ที่เคยมีลงเป็นศูนย์
แต่อาจจะเปลี่ยนจากการโดดเดี่ยวและมีอิสระทำนั่นทำนี่ (freedom alone) เป็น การมีใครสักคน และมีอิสระด้วยในเวลาเดียวกัน (freedom with someone) คือทุกคนมีวันของตัวเอง มีเพื่อนของตัวเอง มีงานอดิเรก รวมไปถึงมีพื้นที่เงียบของตัวเอง
มันเป็นวิธีที่ไม่จำเป็นต้องสูญเสียความเป็นตัวเอง ในขณะที่เรายอมให้ใครอีกคนได้มีพื้นที่เข้ามาอยู่ในชีวิตของเราด้วย เพราะเมื่อเราโตขึ้น เราจะเรียนรู้เองว่าความใกล้ชิดไม่ได้แปลว่าต้องอยู่ตัวติดกันตลอดเวลา นั่นไม่ใช่เรื่องจำเป็นขนาดนั้น
ผมเห็นทั้งเพื่อนพี่น้องที่ดูอึดอัดมาก ขยับตัวยาก ตัดสินใจทำอะไรแทบไม่ได้ แต่พยายามรักษาทุกอย่างไว้เพราะมันไกลเกินกว่าจะทำอะไรเปลี่ยนแปลงอะไร ซึ่งอันนี้ไม่น่าเรียก freedom with someone
กับน้าๆผู้ใหญ่ที่โตขึ้นก็เริ่มเข้าใจ หรือเริ่มปลงกับเรื่องแบบนี้ แต่ก็ใช้ชีวิตมีความสุขดี ไม่ต้องดูพยายามเหมือนตอนที่เป็นวัยรุ่นหรือวัยกลางคน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะเขาเลือก enjoy life กับช่วงชีวิตที่รู้ตัวว่าไม่ได้เหลือเวลามาก อย่าเอาเวลาไปใส่ใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้วใช้ชีวิตให้สนุกดีกว่า
เพราะการอยู่คนเดียวไม่ได้หมายความว่าโดดเดี่ยว
อาจจะเป็นเพราะเรามองชีวิตกว้างกว่าแค่การมีใครสักคน บางทีมันอาจจะเป็นแค่ชีวิตที่มีความรู้สึกอีกมิตินึงเพิ่มขึ้นมา ซึ่งเราอาจจะมองมันเป็นเพียงแค่ด้านนึงของการใช้ชีวิตแค่นั้นก็ได้