ทุกครั้งที่มีงานใหม่เข้ามาที่ทริปไนซ์เดย์ ผมมักจะบอกคนที่อยู่ในทีมแทบจะทุกครั้งเลยว่าไม่อยากทำแล้ว พอละ หรืออยากจะทำมันเป็นงานสุดท้ายแล้ว แต่ก็นั่นแหละครับ ผมพูดประโยคนี้มาน่าจะเป็นปี ๆ แล้ว นานพอที่คนในทีมรู้ว่าพูดแบบนี้ไปก็งั้น ๆ ปากบอกว่าพอ แต่สุดท้ายก็ทำแบกมันมาจนจบทุกงาน ประเด็นคืองานที่บอกนักบอกหนาว่าพอแล้วเนี่ย ไม่ได้ทำแบบส่ง ๆ หรือขอให้มันจบไปด้วยนะ เป็นงานที่ทำเต็มที่เหมือนงานที่ได้มาวันแรก ๆ ไม่มีผิดเพี้ยน มันเลยรู้สึกอยู่เสมอว่าเหนื่อย แต่จบงานแล้วภูมิใจและพอใจที่ได้เป็นคนทำงานนั้นด้วย
ช่วงที่ทำงาน พวกเราก็จะมีการบ่น เซ็ง ท้อ เหมือนที่อื่นทั่วไป แต่พอได้เห็นผลลัพธ์ ได้เห็นความรู้สึกของคนใช้แพลตฟอร์ม หรืองานไหนที่เป็นงานที่เป็นอีเวนท์หรือกึ่งอีเวนท์ หรืองานที่ต้องเจอกับลูกค้าที่เป็นคนใช้ หรือนักท่องเที่ยวจริงๆ จะรู้สึกพิเศษกว่าปกติหน่อย การได้เห็นคนให้ฟีดแบค พึงพอใจ หรือแม้แต่บ่นเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้ฟังมันทำให้เราอินกับงานแบบบอกไม่ถูก ยิ่งตอนจบงาน เสร็จงานผู้ใช้งานพอใจมาก แฮปปี้มาก มันเหมือนชะล้างความเหนื่อยและปัญหาทั้งหมดที่เคยเจอมาไปเลย นี่น่าจะเป็นเหตุผลหลักที่เวลาใครมาถามผมว่า ปัญหาที่ผ่านมาปัญหาอะไรหนักที่สุด หรือปัญหาอะไรที่รู้สึกแย่ที่สุด ก็มักจะตอบว่าจำไม่ได้ ตอนแรกก็นึกว่าตัวเองไม่อยากเก็บเรื่องที่เป็นปัญหามาคิดให้หนักใจ
แต่พอทำงานไปสักพักก็เริ่มรู้ตัวละว่าไม่น่าใช่ น่าจะเป็นเพราะเราพากันผ่านปัญหาทุกอย่างมาจนจบ หรือจนสุดท้าย แล้วเราก็อิ่มเอมถึงแม้มันจะเป็นเรื่องเล็กน้อย หรือความสำเร็จเล็กน้อย แต่มันก็ทำให้เรารู้ว่าทุกปัญหาเดี๋ยวมันก็ผ่านไป พอเรามีความสุขกับงานที่ทำ ถึงแม้ระหว่างทางมันจะขรุขระบ้าง เราก็จะไม่ได้ใส่ใจกับปัญหาระหว่างทางที่ผ่านมามากขนาดนั้น แต่แน่นอนว่าเราคงจำว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ อะไรที่พลาดแล้วเก็บไปแก้ไขหรือระวังในงานหน้า แต่มันไม่ใช่โมเมนท์แบบ กูพอเลย กูเกลียดมาก กูจะไม่เผาผีกับอะไรแบบนี้อีก มันไม่มีอารมณ์แบบนั้น เพราะท้ายที่สุดแล้วเราก็ยังภูมิใจในสิ่งที่เราตั้งใจทำทุกงานอยู่ดี ถึงแม้ว่าผลลัพธ์มันจะไม่ได้เป็นอย่างที่หวังก็ตาม
งานล่าสุดที่ได้ทำกับทริปไนซ์เดย์เป็นงานอีเวนท์ออนไลน์ และมีโปรแกรมทัวร์เดินทางท่องเที่ยวพร้อมกับลูกค้าที่เป็นภาครัฐ และกลุ่มนักท่องเที่ยวไปพิษณุโลกแบบ 3 วัน 2 คืน มันเป็นงานที่เคยแบบนี้มาก่อนแล้วหลายงาน แต่งานบางส่วนอย่างเป็นส่วนหนึ่งของผู้ให้บริการทัวร์ก็เป็นงานใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อนเลยตั้งแต่เปิดบริษัท งานจบลงด้วยดี ลูกค้าแฮปปี้ นักท่องเที่ยวแฮปปี้ ถึงแม้ก่อนวันงานจะมีปัญหามากมายหลายอย่าง และเป็นปัญหาคาราคาซังที่เกือบจะทำให้งานไม่เกิดขึ้นแล้วด้วยก็ตาม
แต่เมื่องานต่าง ๆ มันผ่านไปแล้ว มันก็เหมือนกับที่ผมเขียนผ่านมาข้างต้น คือเราไม่ได้เก็บเรื่องระหว่างทางที่เราเจอปัญหาอะไรต่าง ๆ นา ๆ มาทำคิดต่อ หรือเคลือบแคลงใจ หงุดหงิดใจ มันจบไปแล้ว เราทำเต็มที่แล้ว ผลลัพธ์มันออกมาแล้ว สิ่งต่อไปคืองานที่อยู่ในอนาคต และเราก็ไม่ได้คิดถึงปัญหาที่เคยเกิดขึ้นนั้นอีก อาจจะมีแค่ให้ระวังบ้าง เป็นบทเรียนบ้างสำหรับงานที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าเท่านั้น
นี่คงเป็นวิธีที่เราโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น หรืออาจจะทำงานมานานมากพอที่จะเรียนรู้ว่าเดี๋ยวอะไร ๆ มันก็ผ่านไปเหมือนเรื่องที่ผ่านและเคยเกิดขึ้นมาในอดีต ทุกปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นอยู่มันก็คงมีวันดับไปหรือจบไป อย่าไปกังวลมากมายนัก อย่าไปคิดกดดันมากมายนัก เพราะท้ายที่สุดแล้วเราก็จะแก้ปัญหาเหมือนที่เคยทำมาในอดีตเสมอ ๆ
ปัญหามันคงทำให้เรา burnout หรือเบื่อ ท้อ หงุดหงิด เศร้าเสียใจ แต่มันก็คงอยู่กับเราได้ไม่นาน เพราะท้ายที่สุดแล้ว หรืออย่างน้อยที่สุดแล้ว เราคงชินชากับปัญหานั้นจนวันนึงเราไม่ได้รู้สึกอะไรกับปัญหานั้นอีกต่อไปแล้ว มันคงเหมือนเรื่องที่เราตื่นขึ้นมาแล้วพบเจอมันปกติ ซึ่งเรามีหน้าที่แก้ไขมัน หาวิธีทำให้มันหายไปหรือจบไป แล้วก็เรียนรู้ วนเวียนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ นี่น่าจะเป็นวงจรของการเติบโต แบบที่เรารู้เมื่อโตขึ้นว่า ปัญหาทุกปัญหาเดี๋ยวมันก็ผ่านไป เจอปัญหาที่ใหญ่กว่าก็สอนเราเยอะหน่อย วันข้างหน้าเจอปัญหาที่เบากว่านี้ก็จะได้ไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่

แต่ถ้าเจอเรื่องที่หนักกว่านี้ ก็ขอให้เราได้เจอมิตรสหายที่ดี ผู้ร่วมเดินทางที่ดี ช่วยให้เราไม่โดดเดี่ยวเมื่อต้องทนแก้ปัญหานั้น ๆ ด้วยตัวเอง .. และนั่นแหละครับ ผมคิดมาตลอดว่าตั้งแต่หลังโควิด ผมเจอแต่ทีมงานที่ดี คนซัพพอร์ตที่ดี คนรอบข้างที่ดีช่วยเหลือกันไปมา คือมันอาจจะมีคนไม่ดีบ้างแหละเป็นธรรมดา แต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปให้ค่ากับคนแบบนั้นอยู่แล้วนี่
ใช่ไหมล่ะ
This is a sample multiline comment text with random number: 5388