พอมี AI เข้ามา แรกๆก็หลงนึกว่าทำงานสบายขึ้น มีเวลามากขึ้น แต่เอาเข้าจริงคือยิ่งกลับทำงานมากขึ้น เหนื่อยมากขึ้น เพราะรู้ว่าทำงานได้มากขึ้น ก็ดันใช้มันเป็นเหมือนตัวเร่ง อยากให้ชีวิตเกิดประสิทธิภาพสูงสุด กลายเป็นว่าเหมือนหนูที่วิ่งอยู่ในกรง แต่เป็นกรงที่ใหญ่ขึ้นมากว่าเดิม
เปิดปีมามีแต่อะไรด่วนๆ กินยาสู้ทุกวัน กลับมาเปื่อยทุกวัน บ่นทุกวัน แต่ก็ทนทำเป็นลูปเหมือนเดิม นี่ถ้าสมมติเวลาชีวิตเหลือน้อย AI แม่งคงบอกเสียดายเวลาที่ทำมันอยู่ทุกวันนี้ เคยคุยกับ AI เรื่องถ้ามันเป็นคนได้ 1 วันจะทำอะไร เป็นได้ 1 ปีจะทำอะไร แล้วถ้าเป็นได้ 10 ปี จะทำอะไรบ้าง กลายเป็นมันวางเแผนการใช้ชีวิตดูดีกว่าเราเองเสียอีก
ตั้งแต่เปิดบริษัทมา เดือนนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ยื่นซองประมูลงานภาครัฐ แล้วยื่นด้วยบริษัทตัวเองไม่ได้อีก ก็เลยได้ทำให้รู้ว่าเวลาทำงานที่ผ่านมาทั้งหมดคิดจะเอาแค่ผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นอย่างเดียวก็คงไม่ได้อีกละ นี่แหละที่เขาถึงว่าถ้าไม่เจอกับตัวเองหรือไม่ได้เรียนรู้ด้วยตัวเองก็คงไม่รู้สึก
เดือนนี้คงมีเรื่องดีอยู่เรื่องนึง หลังจากที่ลองปรับการเรียนการสอนมาสักพัก เริ่มได้เห็นห้องเรียนที่อยากเห็น พวกเด็กโปรแกรมเมอร์อินโทรเวิร์ท Interact กลับมามากขึ้น เริ่มกล้าที่จะคุยจะถาม กล้าที่จะลองผิดลองถูก เก้าอี้ว่างน้อยลง ได้เห็นเด็กมาเกือบเต็มห้อง ไม่มีละคนฟุบคนเล่นมือถือเรื่อยเปื่อย อย่างน้อยก็ทำให้เหนื่อยน้อยลงไปได้เรื่องนึงล่ะวะ
ปีหน้าอยากจะเห็นตัวเองเขียนบทความเกี่ยวกับการออกไปผจญภัย ปลูกต้นไม้ ทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ไม่เหมือนกับสามสี่ปีหลังที่ผ่านมาที่เอาแต่นั่งบ่นว่าเจออะไรมาบ้าง หรือจริงๆ แล้วเราใช้ชีวิตมาได้ครึ่งนึงละ ได้ลองผิดลองถูกมากพอสมควรจะพอเรียนรู้ที่จะบอกตัวเองให้เบาลง แล้วหันมาสร้างคุณค่าอะไรให้กับชีวิตที่เหลืออยู่บ้างแล้วนะ