Light mode Dark mode

Jir4yu.me

ความรู้สึก.. ที่ตอนไหนๆก็(ไม่)เหมือนกัน

อะไรคือสิ่งที่บอกว่าเราโตขึ้น?

เดือนสุดท้ายของปี

เมื่อเดือนธันวาของทุกปีมาถึง ผมมักจะเห็นใครหลายคนพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับปีทั้งปีเจออะไรมาบ้าง ปีนี้มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง หรือปีนี้ทำอะไรสำเร็จไปแล้วบ้าง มันเหมือนกับการ recap สิ่งที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกับการที่ได้เห็นคำพูดเดิมๆ ซ้ำๆ ตามมาว่าปีหน้าจะเปลี่ยนอะไรใหม่ จะพยายามทำอะไรให้มากขึ้น รวมถึงการตั้งเป้าหมายในอนาคต ไม่ต่างอะไรกับการวาดภาพวางแผนอย่างเป็นขั้นตอนในการทำธุรกิจ

แต่จะมีสักกี่คนที่ทำอะไรต่ออะไรได้ตามเป้าหมายอย่างจริงจัง มีหลายคนที่พูดอะไรไว้ในปีที่แล้ว แต่มันก็กลับเหมือนไม้ปักเลนผ่านช่วงต้นปีไปสักสองสามเดือนทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิม.. ถ้าเป้าหมายมีความหมายจริงๆ แล้วทำไมผู้คนเหล่านั้นจึงไม่รักษาสัญญา และคำพูดที่ให้ไว้กับตัวเอง แล้วจะมีประโยชน์อะไรกับการตั้งเป้าหมายร่วมกับคนอื่น ทั้งๆ ที่ตัวเองยังไม่สามารถทำตามปณิธานที่ให้ไว้กับตัวเองได้

นี่เรากำลังจะบอกว่าตัวเองโตขึ้นจริงๆ หรือเปล่า หรือมันเป็นแค่เลขอายุที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น

chaengwattana-rd

เมื่อยังเป็นเด็ก เรามักคาดหวังกับผู้ที่แก่กว่าว่าเขาจะมีเหตุผลมากกว่า แต่เมื่อนานเข้าเราก็เริ่มรู้สึกว่ามันก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอ หรือแม้แต่บางทีเรากลับบอกตัวเองว่าโตแล้ว แต่ยังทำอะไรอย่างไร้เหตุผลไม่ต่างอะไรกับวันวาน แล้วเราจะไปคาดหวังกับอะไร ในเมื่อยังคาดหวังกับตัวเองแท้ๆ ไม่ได้เลย

ผมไม่รู้ว่าต้องใช้ตัวชี้วัดตัวไหนในการวัดว่าเราโตขึ้นในเมื่อทุกวันนี้เราเจอกับตัวชี้วัดมากมายไม่ว่าจะเป็น ประสบการณ์ อายุ รายได้ การควบคุมอารมณ์ หรือแม้แต่การตัดสินใจในอดีต แต่ถึงแม้ว่าเราจะใช้ตัวชี้วัดได้ถูกต้อง ก็ไม่รู้ว่าจะใช้อะไรเพื่อยืนยันความถูกต้องได้อย่างมีเหตุผลได้อยู่ดี

เราโตขึ้นเฉพาะบางเรื่อง.. บางเรื่องที่เราเคยผิดพลาดมาแล้ว และเรียนรู้ว่าจะไม่ทำผิดพลาดแบบนั้นอีก ดูเหมือนจะเป็นวิธีเดียวที่ผมรู้สึกว่าสามารถใช้เป็นเครื่องยืนยันว่าเราโตขึ้นจริงๆ.. แต่ถ้าสมมติว่าเราห้ามตัวเองไม่ได้ไม่ให้ทำผิดแบบนั้น คือทำทั้งๆ ที่รู้ว่าผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นยังไง แต่ก็ห้ามไม่ให้อยาก ไม่ให้กระทำไม่ได้ แบบนี้จะเรียกโตขึ้นได้หรือเปล่า

บางทีเราอาจจะอายุมากขึ้น มีเรื่องอื่นให้คิดมากขึ้น จนคิดถึงเรื่องของตัวเองน้อยลง ผมจำได้ว่าเมื่อก่อนผมเขียนเอาความรู้สึกของตัวเองออกมาได้ดีกว่านี้ การได้มานั่งเงียบๆ เขียนอะไรคนเดียวกลางดึกคือช่วงเวลาที่รู้สึกว่าเป็นเวลาของตัวเองอย่างแท้จริง แต่ตอนนี้กลับนึกถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้ตลอดเวลาที่จะเขียนแต่ละบรรทัด ราวกับว่าสมองต้องส่งข้อมูลไปเช็คกับแต่ละส่วนก่อนที่จะพิมพ์ออกมาได้แต่ละคำ บางครั้งก็รู้สึกอึดอัดมากเหมือนกันที่เขียนอย่างตรงไปตรงมาไม่ได้เหมือนแต่ก่อน เหมือนสมองไม่เคยได้หยุดทำงานสักเพียงนาทีเลยแม้แต่ตอนจะนอน หรือกินข้าว

หรือการคิดอะไรมากขึ้นแสดงได้ถึงการที่เราโตขึ้น ถ้าเป็นแบบนั้น.. นี่เราอยากจะโตขึ้นจริงๆ หรือเปล่านะ?

Jirayu Limjinda

ถ้าไม่รู้จักกัน บางทีคุณอาจจะไม่เข้าใจกับสิ่งที่ผมทำ.. กลับกัน ถ้าคุณรู้จักผมดี คุณจะไม่ต้องเอ่ยปากถามเลยว่าทำไม

แสดงความคิดเห็นของคุณที่นี่

loading, please wait..

loading, please wait..