Light mode Dark mode

Jir4yu.me

ความรู้สึก.. ที่ตอนไหนๆก็(ไม่)เหมือนกัน

Why New Year?

ปฏิทินเล่มใหม่ 2017

ผมมักจะเห็น หรือได้ยินใครต่อใครแสดงออกอยู่อย่างเสมอในทุกๆ วันขึ้นปีใหม่ของแต่ละปี “ปีใหม่แล้ว มาเริ่มต้นทำ… ฯลฯ” จนก็อดคิดไม่ได้ ในเมื่อโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองนั้นมีทุกวัน แล้วทำไมต้องรอ หรือตั้งเวลาในการปรับปรุงตัวเองด้วย บ้างบอกเดี๋ยวปีใหม่จะเริ่มแบบนั้นแบบนี้ จะทำตัวเป็นคนดีขยันขันแข็ง เปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทิศทางที่ดีขึ้น เข้าวัดเข้าวาตะลอนทำบุญขึ้นปีใหม่เพื่อหวังว่าตัวเองจะมีพลัง หรือสามารถเริ่มใหม่เป็นคนใหม่ได้จริง

ถ้าคนเราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองจริงๆ นั่งกินข้าวอยู่ตอนสิบโมง สัญญากับตัวเองว่าหมดจานนี้จะทำดี เปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นแบบนี้เลยไม่ได้หรอ

Khaoyai
บางทีเราอาจจะไม่ได้รู้สึกแบบนั้นจริงๆหรอก แต่มันบังเอิญกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรา. โดยที่เราไม่รู้ตัว

บางคนดีต้นปี อาจจะมีกำลังใจในการทำดีอยู่แค่ไม่กี่เดือน หรืออาจจะไม่กี่วัน พลังงานในการ maintain ความรู้สึกดีๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเหล่านั้นมันหายไปไหนหมดแล้วล่ะครับ อย่างงี้มันก็เหมือนกันกับวันเกิดตัวเองหรือเปล่า พออายุมากขึ้นอีกปี เราก็หวังว่าจะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น สัญญาอย่างนั้นอย่างนี้กับตัวเอง คาดหวังพรจากฟ้าให้ช่วยนำพาตัวเองไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ไม่กระตือรือร้นที่จะทำอะไรด้วยตัวเองสักเท่าไหร่ รอโอกาส รอความหวัง รอโชคชะตา แล้วเอะอะก็โทษอย่างนั้นโทษอย่างนี้ ไม่รวยเหมือนเขา ไม่มีโอกาสได้ดิบได้ดีรู้จักคนมากมายอย่างใครเขา

ถ้าไม่มีก็หาสิครับ เหมือนคนที่ไม่รู้ แล้วก็พูดแถไปเรื่อย ถ้าไม่รู้ก็ไปทำให้รู้สิ มันจะไปซับซ้อนอะไร

ผมว่าโอกาสนี่ก็เหมือนกันนะ ถ้าเราไม่เพิ่มโอกาสให้ตัวเอง ไม่ทำอะไรเลย งอมืองอเท้ารอวันนึงมันวิ่งเข้ามาชน ก็ไม่รู้ว่าจะต้องรอไปอีกนานแค่ไหน ความฝันที่ตั้งเป้าไว้ก็อาจจะอยู่ที่เดิม หรือไกลออกไปเรื่อยๆ เพราะอายุที่มากขึ้น มันก็เหมือนกับคุณกำลังสนใจผู้หญิงคนนึงแล้วรอให้เรื่องบังเอิญมันเกิดขึ้น หวังลมๆ แล้งๆ ว่ามันจะเกิดอย่างนั้น มันน่าจะเป็นอย่างนี้ ถ้าไม่ลองสร้างโอกาสให้ตัวเองสักหน่อย อย่างน้อยเพิ่มขึ้นมา 1-2% มันก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรหรือเปล่า

แค่ได้ลอง ถึงแม้มันจะผิดหวัง แต่อย่างน้อยก็ไม่เสียดายนั่งแบกช่วงเวลาที่ผ่านมาพวกนั้นอยู่ในใจ

ปีใหม่ในการเปลี่ยนแปลงตัวเองของคนเราอาจจะไม่ตรงกันก็ได้ ถ้าเรารู้สึกว่าเราให้กำลังใจคนอื่นได้ แนะนำคนอื่นได้ ก็ต้องรู้จักที่จะ cheer up ตัวเองด้วย บางทีมันก็อาจจะเป็นเรื่องที่ยากมาก และแปลกพอสมควรสำหรับบางคน แน่ละ.. สมองเราอาจจะไม่เคยคิดเข้าข้างตัวเอง คิดถึงแต่อยู่ในจุดที่เป็นสีดำ แต่มันก็แค่ความคิดเท่านั้นแหละ ถ้าเราเองไม่ได้ปล่อยให้มันเป็นไปจริงๆ

สถิติในปีที่ผ่านมา

ผมเป็นคนที่ค่อนข้างชอบพวก year in review มากพอสมควรครับ ยิ่งเป็นพวก service หรือ tools ที่เกี่ยวข้องกับการวัด productivity ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นซอฟแวร์ช่วยทำงาน หรือการจัดการ task อะไรก็ตาม มันเหมือนเป็นตัวช่วยเสริมกำลังใจให้มีแรงทำสิ่งที่ทำอยู่ต่อไปในปีต่อไป คือบางทีเราอาจจะไม่ได้คิด หรือไม่ได้ใส่ใจพวกเครื่องมือพวกนั้นเท่าไหร่ แต่พอมาถึงสิ้นปีแล้วเห็น report บางอย่างมันก็ทำให้เราแปลกใจ แล้วก็สามารถตั้งเป้าหมายให้สูงขึ้นเพื่อให้ตัวเองพร้อมรับกับอะไรที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงในวันข้างหน้า

วันนี้เราอาจจะทนกับเรื่องบางเรื่องไม่ได้ แต่วันหน้ามันอาจจะเป็นปัญหาเล็กนิดเดียวสำหรับเราก็ได้

Wunderlist 2016 Year in Reviews
https://year.wunderlist.com/share/en/1a5edbb85ddc5ace90747baa6849b7d2

เหมือนกับช่วงที่เหนื่อยๆ ผมมักจะกลับไปอ่านบล็อกเรื่องเก่าๆ ที่เคยมีปัญหาระหว่างทาง ได้อ่านแล้วก็มานั่งทบทวนนึกไปว่าเรื่องนั้นกับตอนนี้มันต่างกันแค่ไหน แล้วทำไมตอนนี้ที่เหนื่อยนัก มีปัญหาบ่อยมันจะผ่านไปไม่ได้อีก กาลเวลาอาจจะไม่ได้ทำให้เราโตขึ้นเท่าที่ควรเท่าไหร่ แต่การรู้ว่าตัวเองมีปัญหาเรื่องไหน แล้ววันหน้าเตรียมตัวพร้อมรับมันอาจจะทำให้เราโตขึ้นไวกว่าก็เป็นได้

ไม่ว่ามีปัญหาอะไร เดี๋ยวมันก็ผ่านไป.. บอกตัวเอง ให้กำลังใจตัวเอง อะไรมันจะเกิดก็แค่เตรียมตัวแล้วยอมรับมัน บางทีสีสันของชีวิตมันอาจจะอยู่ที่วิธีที่เราทำออกไปในแต่ละครั้งก็ได้

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๐

Jirayu Limjinda

ถ้าไม่รู้จักกัน บางทีคุณอาจจะไม่เข้าใจกับสิ่งที่ผมทำ.. กลับกัน ถ้าคุณรู้จักผมดี คุณจะไม่ต้องเอ่ยปากถามเลยว่าทำไม

แสดงความคิดเห็นของคุณที่นี่

loading, please wait..

loading, please wait..