Jir4yu.me

ความรู้สึก.. ที่ตอนไหนๆก็(ไม่)เหมือนกัน

แล้วก็เขียนบล็อกมา 5 ปี

ปีที่เขียนบทความน้อยที่สุดเท่าที่เขียนบล็อกมา

ช่วงวันเดียวกันในปีที่แล้ว ผมเขียนบทความ เป็นบล็อกเกอร์มา 4 ปี พร้อมกับเขียนกำกับไว้ว่ามีบทความในปีนั้น 53 บทความ ซึ่งต่างกันกับปีนี้ที่เขียนขึ้นมาเพียง 39 บทความ แล้วเกณฑ์เฉลี่ยที่เขียนก็จะน้อยลงทุกปี ความจริงแล้วผมมีเรื่องที่อยากจะเก็บมาเขียนเยอะเลยครับ ทั้งรูปภาพ หรืออะไรก็ตามแต่ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตประจำวัน แต่ก็ไม่รู้ทำไมถึงไม่มีเวลามานั่งเขียนจริงๆ จังๆ เสียที

อาจจะเป็นเพราะเรา focus ไปที่เรื่องงานมากขึ้นหรือเปล่า?

ท่าน้ำเกาะเกร็ด

ต้องบอกเลยว่าปีที่ผ่านมา รู้สึกว่าตัวเองจะทำอะไรลุกลี้ลุกลนขึ้นกว่าเก่า เหมือนจะรีบทำโน่นทำนี่อยากให้เสร็จไปเป็นอย่างๆ อยากจะเคลียร์สิ่งที่ค้างอยู่ในใจให้ออกไปเร็วๆ ตั้งหน้าตั้งตาทำสิ่งที่ไม่อยากจะทำมากขึ้น บ่นมากขึ้น แต่ก็ไม่รู้ว่ามันช่วยให้เราโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นด้วยหรือเปล่า ก็รู้ตัวแหละครับว่าตัวเองอยู่หน้าคอมเยอะ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าไอ้เวลาที่อยู่หน้าคอมเยอะเนี่ย มันหมายความว่าเราได้งานเยอะด้วยหรือเปล่า เลยหาทุกสิ่งอย่างที่สามารถ track การทำงานของเรามาใช้

ใช้เวลาอยู่หน้าคอมเยอะ ก็อาจจะไม่ได้หมายความว่าเวลาทำงานจะลดลง

นั่นสิครับ บางครั้งผมก็สงสัยนะ ถ้าเราใช้เวลาทำงานเยอะแล้ว แล้วยังต้องทำเยอะๆ อย่างนี้ไปเรื่อยๆจนถึงเมื่อไหร่ นี่งานแม่งไม่ได้ลดลงเลย หรือว่าเราเองนั่นแหละที่มีปัญหาจัดสรรเวลาไม่ดีเอง แต่ก็อย่างว่า ช่วงปีที่ผ่านมา ผมหันไปจับภาษาจำพวก server side มากขึ้นด้วย การผันตัวเองจากหน้าบ้านไปหลังบ้านมันก็อาจจะใช้เวลาอยู่พอสมควรในการเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง.. ปีที่แล้วก็บ่นเรื่องงาน ปีนี้ก็ยังบ่นถึงเรื่องงานอีก

บทความนี้เป็นบทความที่เขียนเร็วกว่าปรกติ

ถ้าเทียบกับบทความครบรอบในแต่ละปีแล้ว ผมเริ่มเขียนบทความนี้ก่อนถึงเดือนเกิดตัวเองด้วยซ้ำ จากที่เคยสังเกตุมา ผมมักจะเขียนประมาณวันที่ 19 – 21 กุมภา ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องต่ออายุโดเมน Jir4yu.me อันนี้ด้วย

ท่าน้ำวัดเฉลิม

เดือนมกรา 59 นี้เป็นเดือนที่ค่อนข้างเหนื่อย งานเยอะ สุขภาพก็ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะตัวเองอยากจะรีบเคลียร์งานโน่นนี่นั่นให้เสร็จก่อนเดือนกุมภาจะมาถึง ไอ้โปรเจ็คที่ต้อง support ดูแลลูกค้าก็อยากจะให้มั่นใจไม่มีอะไรขาดตก เพราะเดือนหน้าผมก็ตั้งใจจะไปบวช กว่าจะกลับมาก็อาจจะเป็นปลายเดือนกุมภาเลยก็เป็นไปได้

พูดถึงเรื่องบวช

ช่วงก่อนสิ้นปี 58 ประมาณเดือนสองเดือน ผมเองก็มั่นใจอยู่นะว่าพร้อมแล้วที่จะบวช แล้วก็คิดว่าช่วงนี้แหละน่าจะเป็นช่วงที่ตัวเองไม่น่าจะติดอะไร หรือมีอะไรให้ห่วงน้อยที่สุดแล้ว ก็เลยตั้งเป้าว่าจะบวชต้นปี 59 พอเอาเข้าจริงเริ่มใกล้จะหมดเดือนมกราก็ชักไม่ค่อยมั่นใจ เริ่มเป็นห่วงงาน เป็นห่วงนั่นเป็นห่วงนี่ คิดว่าน่าจะเป็นที่ตัวเองด้วยที่อยากจะเลือกออกไปอยู่วัดไกลๆ ไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้ เพราะทุกวันนี้ตื่นมาก็คิดถึงแต่เรื่องที่ต้องทำ ตื่นมาก็จับคอม ก่อนนอนก็นั่งอยู่หน้าคอม เรียกว่าติดพันมันอยู่ตลอดเอาออกไปไม่ได้

การออกไปอยู่ที่ไหนไกลๆ บ้าน ไกลสิ่งที่เรารู้จัก ไกลจากสิ่งที่เราคิดว่าเราน่าจะช่วยตัวเองได้ น่าจะสอนอะไรเราสักอย่างกลับมา ผมเองก็ไม่รู้หรอกครับว่าตัวเองรักในสิ่งที่กำลังทำอยู่หรือเปล่า.. วันนึงเราอาจจะเคยคิดว่านี่คือสิ่งที่เราชอบเรารัก อยากจะทำมันมากที่สุด แต่อยู่มาวันนึงเราอาจจะเจออะไรบางอย่างที่หักล้างความคิดนั้นไปเลยก็เป็นไปได้

ผมก็แค่อยากเขียนมันอย่างตรงไปตรงมาเหมือนเดิมในทุกๆ ปีนั่นแหละ

ถ้าถามผมว่า “อ้าว งั้นจุดหมายของมึงคืออะไรวะ” ผมเองก็คงตอบจุดหมายที่ไกลจากวันนี้ไปมากไม่ได้ ผมก็แค่เด็กคนนึงที่อยากจะใช้ชีวิต อินกับช่วงเวลาที่ตัวเองประสบพบเจออยู่ตอนนี้เดี๋ยวนี้ ถ้าวันนี้ยังดียังสนุกก็โอเคไป ถ้ามันเริ่มไม่ไหวแล้วก็ค่อยมาหาทางออกกันใหม่ การย้อนกลับไปอ่านเรื่องราวเก่าๆ ที่เราเคยเขียนมันอาจจะบอกอะไรเราได้บางอย่างถึงความคิดที่เริ่มเปลี่ยนไป เราอาจจะอดทนมากขึ้น เข้าใจโลกมากขึ้น ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน กับความเป็นจริงมากขึ้น.. แต่นั่นก็ยังไม่ได้หมายความว่าเราโตขึ้นเสียทีเดียว ถ้าต้องเหนื่อย ต้องเจ็บแล้วได้อะไรกลับมาบ้าง ยังไงผมก็ว่ามันยังคุ้มกว่า กังวลนั่งคิดว่าจะได้หรือไม่ได้ แล้วเสียเวลาผ่านไปเฉยๆ

สวัสดีอายุ 25 เรามาเริ่มปีที่ 6 ด้วยกันเลยมา

Jirayu Limjinda

ถ้าไม่รู้จักกัน บางทีคุณอาจจะไม่เข้าใจกับสิ่งที่ผมทำ.. กลับกัน ถ้าคุณรู้จักผมดี คุณจะไม่ต้องเอ่ยปากถามเลยว่าทำไม

แสดงความคิดเห็นของคุณที่นี่

loading, please wait..

loading, please wait..