Jir4yu.me

ความรู้สึก.. ที่ตอนไหนๆก็(ไม่)เหมือนกัน

วัยรุ่นตอนปลาย

ต้องคิดเรื่องอะไรนอกจากเรื่องงาน?

คือผมเองก็เป็นคนนึงที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นครับ แต่จะเรียกว่าวัยรุ่นตอนปลายแล้วก็ไม่แปลก เพราะปีนี้ก็อายุ 25 แล้ว ผ่านไปอีกสัก 3-4 เดือน เข็มอายุก็จะเบนเข้าเลข 3 มากขึ้น เมื่อก่อนก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายเรื่องอายุหรอกครับ คิดอยู่ก็แค่ 20 กว่าๆ ยังไม่ได้มีประสบการณ์หรือเป็นผู้ใหญ่อะไรมากนัก แต่พอมันจะเป็น 26 ปุ๊บ มันก็มีโมเมนท์นึงที่ตั้งคำถามประมาณว่า ใกล้ 30 ละ แล้วตอนนี้มีอะไรที่ภูมิใจ หรือมั่นคงบ้างหรือยัง

ช่วงชีวิตในการทำงานของผมส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในบริษัทครับ ถึงจะเคยทำงานในออฟฟิศมาสองสามที่ แต่ก็เป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ เฉลี่ยไม่เกิน 4 เดือน นอกนั้นก็เป็นงาน freelance และ outsource เกือบทั้งหมด เงินที่ได้มา ประสบการณ์ที่ได้มาก็เลยไม่มั่นคงเมื่อเทียบกับพนักงานบริษัททั่วไป ผมเห็นเพื่อนในรุ่นเดียวกันทำงานออฟฟิศมา 3-4 ปี ก็เริ่มผ่อนรถผ่อนบ้าน บางคนแต่งงานเริ่มต้นครอบครัว หรือทำโน่นทำนี่ให้พ่อแม่บ้างแล้ว

ก็เลยมานั่งนึกในใจว่า แล้วกูมีอะไรบ้าง ในช่วงเวลาชีวิตที่ไล่เลี่ยกันกับเพื่อนคนอื่น

ฝนกันยา
ฝนกันยา

เพื่อนบางคนบอกว่า “มึงมีบริษัทของมึงเองไง” คือในสายตาคนอื่น คำว่ามีบริษัทของตัวเองมันก็ฟังเหมือนจะดูดีนะ มีธุรกิจของตัวเอง ไม่ต้องทำตามใคร ไม่ต้องเป็นลูกน้องใคร จะตื่นจะนอนตอนไหนก็ได้ แต่ความเป็นจริงแล้วคนที่ไม่ได้มีเงินทุนเริ่มต้นอย่างผม หรือใครที่ต้องเริ่มธุรกิจตัวเองใหม่ ใช้แรงงานแทนเงินมาเป็นทุนก็คงรู้ดีว่าเหนื่อยแค่ไหน แล้วสวนทางกับสิ่งที่คนอื่นคิดยังไง

ผมทำงานทุกวันแทบทุกเวลาไม่มีวันหยุดมานานแล้วครับ เพิ่งจะได้พักก็ตอนไปสมุยกับเพื่อน 4 วัน เมื่อเดือนที่แล้วในบทความ Keep balance between input and output พอร่างกายอยู่กับความเหนื่อยมาเป็นเวลานานมันก็เกิดความเคยชิน มันก็เลยไม่มีเวลาไหนที่มีความรู้สึกไม่อยากจะทำงาน จะมีงอแงบ้างก็ตอนทำไม่ไหวอยากพักผ่อนบ้างบางเวลา บางทีนั่งทำงานในร้านกาแฟอยู่ก็เลยเกิดคำถามขึ้นมาอีกว่า ห่วงแต่จะทำงานทุกวันทุกเวลาแบบนี้ แล้วจะต้องมีเรื่องอะไรให้คิดอีกนอกจากเรื่องงานบ้างวะ? เพราะแค่เรื่องงานเรื่องเดียวมันก็เหมือนแทบไม่มีเวลาไปนึกถึงเรื่องไหนแล้ว

แล้วปรกติคนอายุ 25 เนี่ยเขาคิดเรื่องอะไรกันอยู่บ้าง?

เพื่อนผมบางคนเริ่มคิดถึงเรื่องครอบครัว วางแผนจะแต่งงาน บางคนคิดเรื่องจะซื้อบ้าน จะผ่อนรถ จะออกมาลงทุนทำโน่นทำนี่แบบนั้นอย่างนี้ให้พ่อแม่ ก็เลยสงสัยว่า การใช้พลังงานของสมองในการคิดเรื่องงานอย่างเดียว ผมเองก็ว่าเหนื่อยแล้ว ถ้าผมต้องมานั่งคิดเรื่องแบบที่เพื่อนผมคิดอยู่ในตอนนี้บ้างมันจะเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีกขนาดไหน

on-freelancebay
https://www.freelancebay.com/article/126

อย่างว่าครับ ถ้าเราตั้งเป้าในอนาคตไว้สูง ช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตตอนนี้จะเหนื่อยมาก แต่ส่วนตัวผมแล้วผมว่าก็ดีกว่าตั้งเป้าไว้กลางๆ น้อยๆ หรือปล่อยให้มันเป็นไปของมันเรื่อยๆ พอเวลาผ่านไป เราก็อยู่แบบกลางๆ เรื่อยๆ อย่างนั้น เราไม่รู้หรอกว่าจะเจออะไรบ้าง จะต้องรอความฝันมันถึงเมื่อไหร่ แล้วถ้าสมมติว่าต้องใช้เวลา 10 ปีในการสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เผอิญว่าเรารู้ว่าอยู่ได้ไม่ถึง 10 ปี เวลาที่ผ่านไปมันจะสูญเสียโดยเปล่าประโยชน์หรือเปล่า? มีแรงอยู่ก็ทำไปเถอะ

เหนื่อยเรื่องงานอย่างเดียวนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว
ดีกว่าต้องมา allocate ใช้ส่วนหนึ่งของสมองแบกรับเรื่องครอบครัว เรื่องปัญหารักๆ ใคร่ๆ

บางทีก็เหมือนรู้สึกว่าตัวเองโชคดีนะ ที่ไม่ได้เจอปัญหา หรือมีพื้นเพปัญหาเหมือนคนอื่น แต่บางทีก็รู้สึกหงุดหงิดตัวเองเหมือนกัน ที่น่าจะขยันได้มากกว่านี้

Jirayu Limjinda

ถ้าไม่รู้จักกัน บางทีคุณอาจจะไม่เข้าใจกับสิ่งที่ผมทำ.. กลับกัน ถ้าคุณรู้จักผมดี คุณจะไม่ต้องเอ่ยปากถามเลยว่าทำไม

แสดงความคิดเห็นของคุณที่นี่

loading, please wait..

loading, please wait..