Light mode Dark mode

Jir4yu.me

ความรู้สึก.. ที่ตอนไหนๆก็(ไม่)เหมือนกัน

ทำไมต้อง Dreamweaver

เปลี่ยนไปใช้ IDE ตัวอื่นดีกว่ามั้ง

วลาเจอรุ่นน้องหรือคนเขียนเว็บไซต์ใหม่ๆ ผมก็มักจะได้รับคำถามยอดฮิตตลอด “เวลาเขียน code เนี่ย ใช้โปรแกรมอะไรเขียน?” หรือไม่ก็จะบอกว่า “Dreamweaver ทำแบบนี้ได้ไหม?” บางทีผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าทำไมคนรุ่นใหม่(ที่เพิ่งจะมาเขียน code) ต้องไปเริ่มกับ Dreamweaver เสมอๆ ซึ่งตัวอย่างง่ายๆ ก็เห็นจะเป็นมหาลัยที่ผมจบออกมา เวลาเข้าเรียนวิชาที่เกี่ยวกับเรื่อง platform web ทีไรก็จะแนะนำให้เขียนแต่กับ Dreamweaver เหมือนกันทุกทีไป

ส่วนตัวผมเนี่ยบอกได้เลยว่า Dreamweaver เองนอกจากจะโครตแพงแล้ว ยังทำให้เราจำ syntax ของภาษาที่เราจะเขียนได้ช้าขึ้นด้วย ไหนจะเปิดโปรแกรมช้าทำให้ความคิดที่กำลังโลดแล่นถูกเบรคไว้ช่วงจังหวะนึงอีก(ความรู้สึกเหมือนตอนเล่นเกมส์บอล แล้วกระตุกเวลาจะกดยิง อะไรทำนองนั้น) บางทีอยากจะติดตั้งในเครื่องตัวเองก็ต้องไปหาโหลดตามเว็บปล่อยเถื่อนต่างๆ จนต้องมานั่งพะวงอัพเดทโปรแกรม anti-virus กันยกใหญ่ บางทีโหลดมาแล้ว แม่งก็ดันติดตั้งยากเย็นอีก

กว่าจะได้เขียนเว็บจริงๆ ลงโปรแกรม หาโปรแกรม ติดตั้ง เฟล เฟล เฟล.. เสียเวลาไปค่อนวันอีก

ผมเริ่มเขียนเว็บไซต์ด้วย Dreamweaver เหมือนกันกับคนส่วนใหญ่ที่เขียน web platform ครับ แรกๆ สมัยวัยละอ่อนก็เชิดชูเหลือเกินเพราะมันอาจจะทำให้เราเขียน code ได้ง่ายแสนง่าย อีกทั้งมี live view ให้เราดูสิ่งที่เราเพิ่งเขียนไปเมื่อสักครู่ด้วย และ แน่นอนพอเปลี่ยนออกไปใช้ IDE ตัวอื่นก็เห็นผลทันทีหลังจากที่ไม่มี live view ในโปรแกรมตัวอื่นให้ดู.. และผมก็คิดว่าคนส่วนใหญ่ไม่พร้อมที่จะย้ายออกจาก Dreamweaver เพราะ live view นี่ด้วยเช่นกัน

แพง แพงนะ.. แพงอยู่นะ

เหตุผลอย่างแรกๆ ที่ย้ายออกมาคือ มันแพงแสนแพง ถ้าจะตั้งใจซื้อของลิขสิทธิ์ทุกชิ้นมาติดเครื่อง ถ้ามันราคาสัก 10$ – 30$ (300 – 1000 บาท) ก็อาจจะตัดสินใจซื้อมาให้รู้แล้วรู้รอดอยู่หรอก แหม.. ใช้มันทำงานสักเดือนนึงก็ได้มากกว่าค่าซอฟแวร์แล้ว ลองคิดดูถ้าไม่มีโปรแกรมตัวนี้คุณจะต้องเสียเวลาเขียน Code มากกว่าแค่ไหน จนเดี๋ยวนี้ก็มี IDE เจ๋งๆ ที่ฟรีมาให้เลือกอีกเยอะแยะไม่ว่าจะเป็น Brackets.io, Atom ของ Github หรือจะโปรแกรมยอดนิยมอย่าง Sublime Text ก็ต่างพอกับความต้องการกันแทบทั้งนั้น เว็บไซต์ใหญ่ๆ ในโลกปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่ก็ขึ้นด้วย IDE ฟรีอย่างพวกนี้ทั้งนั้นแหละคุณครับ

ช้าเหลือเกิน

อืม มันช้าครับ ผมก็ไม่รู้จะอธิบายด้วยเหตุผลอะไรต่อ Dramweaver อาจจะใช้เวลาหลายวินาทีถึงจะเข้าถึงไฟล์ๆ หนึ่งแล้วเขียน code ลงไปได้ แต่ Sublime Text นี่ก็อาจจะเปิดแล้วเขียนได้เลยต่อจาก session เก่า ซึ่งก็ไหนจะมี shortcuts ให้เข้าถึงไฟล์ได้รวบรัดรวดเร็วอีก เรื่องความเร็วนี่น่าจะเห็นกันชัดที่สุดแล้วก็ว่าได้ ยิ่งกับใครที่ใช้ OSX แล้วติดตั้ง Alfred ด้วยแล้ว ชีวิตก็จะรักการเขียน code ขึ้นอีกเยอะ

ส่วนเสริม ง่ายขึ้นเยอะ

ใครที่กลัวว่า IDE ตัวอื่นจะไม่มี autoComplete เหมือนกับ Dreamweaver นี้ก็อาจจะต้องคิดกันใหม่แล้ว เนื่องด้วยปัจจุบันนี้มีนักพัฒนาที่ช่วยกันสร้างส่วนเสริมให้เยอะขึ้น และ อำนวยความสะดวกมากขึ้น ไม่ว่าจะทำให้ IDE ของคุณเองรองรับการเขียนหลายต่อหลายภาษา การ compress ไฟล์ให้มีขนาดเล็กลง หรือแม้แต่การช่วยตรวจสอบ syntax ให้ถูกต้องเวลาเขียน

เครื่องมือสร้างเว็บไซต์ WebFlow
เครื่องมือสร้างเว็บไซต์ WebFlow

แต่ถ้าคุณยังชอบที่จะลากวางเวลาเขียนเว็บไซต์แล้ว และก็ไม่อยากจะสนใจเรื่อง code ภาษายึกยือ ต่างดาวอะไรมากนัก ผมแนะนำว่าเดี๋ยวนี้ก็แทบจะไม่จำเป็นต้องไปใช้ Dreamweaver แล้วครับ web application สำเร็จรูปเช่นพวก Webflow หรือ flavors.me ก็อาจจะได้เว็บไซต์สวยๆ แค่เพียงลากวางสมใจอยากแล้ว

ทั้งนี้ผู้เขียนก็ไม่ได้แนะนำให้ทิ้ง IDE ตัวที่คุณถนัดออกไปนะครับ ถ้าคุณคิดว่าใช้ Dreamweaver แล้วรู้สึกว่าตัวเองเขียน code ได้ไว ได้เข้าใจกว่าโปรแกรมอื่นๆ ก็ใช้ Dreamweaver ต่อไปดีกว่าครับ ความชอบของคนเราไม่เหมือนกัน บางทีเราอาจจะอยากแค่ใช้กับเฉพาะงาน ไม่ได้เขียน code เป็นงานหลัก แต่ถ้าจะลองโปรแกรมอื่นบ้างก็น่าสนใจดีไม่น้อยเลยนะครับ บางทีคุณอาจจะไปถูกใจกับโปรแกรมธรรมดาๆ อย่าง EditPlus หรือ NotePad ก็เป็นได้

สำหรับคนที่อยากรู้ว่า Sublime Text นั้นเริ่มต้นเขียน code ได้เร็ว และ มีสิ่งต่างๆ ท่ีเราต้องการในการเขียน code แค่ไหน สามารถดูได้ระหว่างที่นาทีที่ 4.30 เป็นต้นไปครับ

Jirayu Limjinda

ถ้าไม่รู้จักกัน บางทีคุณอาจจะไม่เข้าใจกับสิ่งที่ผมทำ.. กลับกัน ถ้าคุณรู้จักผมดี คุณจะไม่ต้องเอ่ยปากถามเลยว่าทำไม

แสดงความคิดเห็นของคุณที่นี่

loading, please wait..

loading, please wait..