Jir4yu.me

ความรู้สึก.. ที่ตอนไหนๆก็(ไม่)เหมือนกัน

ความต้องการ.. ของตัวเอง

เมื่อเราพลาด

ทุกครั้งที่เราทำอะไรสักอย่างไปได้สักพัก เราจะรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างบอกตัวเองเสมอว่าเรากำลังทำสิ่งที่ทำอยู่นั้น.. ผิดพลาด หรือ ไปได้ดี ผมค่อนข้างเป็นบ่อยเกี่ยวกับงานที่ตัวเองสร้างขึ้นมา แรกๆที่เริ่มเขียนก็รู้สึกว่ามันเป็นผลงานชิ้นเยี่ยมที่เราภาคภูมิใจกับมันมาก แต่พอผ่านไปสักอาทิตย์สองอาทิตย์ เราก็เริ่มรู้สึก และ ทำเหมือนกับว่าสิ่งที่เราภาคภูมิใจนั้นเป็นของด้อยค่าไปเลยในเวลาถัดมา

bangkok 9 hospital

clothshop

เรารู้สึกว่าเราไม่เคยพอใจสักทีในงานที่ตัวเองสร้างสรรค์ขึ้น กลับตอกย้ำว่าไม่อยากเห็นไม่อยากเปิดเสียด้วยซ้ำ และ ทางแก้ไขสิ่งเหล่านั้นก็คือ.. เขียนใหม่ ผมเป็นคนที่อยากจะเขียนธีมบล็อกใหม่ทุกๆเดือน ไม่ใช่เพราะมันสนุก หรือ ว่างอะไรหรอก แต่เป็นเพราะมันรู้สึกหน่ายกับสิ่งที่เห็น และ มีอยู่ เรารู้สึกว่าอยากจะได้อะไรๆสักอย่างที่คลาสสิคแล้วก็ตอบโจทย์ความต้องการของตัวเองมากกว่านี้ สิ่งต่างๆมันสุมอยู่ข้างในทำให้เราคิดอะไรมากขึ้นๆ จากรู้สึกเฉยๆกลับกลายเป็นอยากเปลี่ยนแปลง จนสุดท้ายก็บอกกับตัวเอง ยื่นคำขาดในตัวเองไปเลยว่า “พอกันที กูจะต้องทำอะไรสักอย่าง หาอะไรสักอย่างที่มันดีกว่านี้”​ จนบางครั้งมันก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างตลกเหมือนกัน เราอาจจะไม่เคยซีเรียสเรื่องอะไรเลยในชีวิตประจำวัน ปล่อยให้มันเป็นไปอย่างนั้นโดยที่ไม่จำเป็นต้องสนใจใส่ใจใดๆ ผมไม่เคยเห็นว่าตัวเองจะต้องแต่งตัวดีมีระดับ ใส่ของแบรนด์เนม หรือ จุกจิกอะไรเลยเรื่องการแต่งตัว ไม่เคยเห็นความสำคัญกับเรื่องยี่ห้อรถที่ใช้ขับ ไม่ต้องมีตัวเลือกเรื่องอาหารการกิน หรือเรื่องอะไรก็ตามแต่ แต่น่าแปลกที่เรื่องบางเรื่องเราใส่ใจซีเรียสเสียจนไม่ลืมหูลืมตามองดูอะไรเลยกับเรื่องเล็กน้อยบางเรื่อง

ผมเปลี่ยนงานมาได้หนึ่งอาทิตย์ โดย scope งานใหม่จะเน้นไปทางเรื่อง “ความต้องการของลูกค้า” เป็นหลัก ผมถือว่างานแบบนี้ไม่มีความกดดันใดๆ เลยสำหรับผมเอง มันเป็นชีวิตที่เรารู้สึก และ คิดว่ามันง่ายเสมอที่จะบอก-ให้คำแนะนำจากข้างในที่เราคิดอยู่จริงๆ เช่นเดียวกับการไปสัมภาษณ์ หรือ ขึ้นนำเสนองาน ผมมองว่างานแบบนี้กดดันผมไม่ได้ แต่น่าแปลกที่เรื่องบางเรื่องกลับกดดันจนตัวเองหาทางออกไม่ได้ สิ่งง่ายๆ ที่น่าจะไม่มีปัญหากับการใช้ชีวิต “ความต้องการของตัวเอง”​ ดูเหมือนมันเป็นเรื่องกวนใจที่หนักหนาที่สุดที่ผมต้องผ่านมันไปให้ได้ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง

greasycafe-until-tomorrow3

greasycafe-until-tomorrow

บางครั้งเราก็รู้สึก ทั้งเจ็บปวดทั้งสับสนเรื่องงาน ไม่ได้เป็นเพราะปริมาณงานหรือเงินทอง.. บ้างทีแม่งก้หน่ายตัวเอง ว่าอะไรที่แม่งใช่หรือไม่ใช่ บางทีก็เหนื่อยกับความคิดของตัวเองที่ไม่ยอมมองเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย เรากำลังโทษตัวเองว่าเรากำลังคิดบ้าอะไรมากมายโดยใช่เหตุ มันรู้สึกเหมือนเราไม่อยากตัดสินใจเรื่องบางเรื่อง ไม่อยากก้าวเดินพลาด ไม่อยากเสียเวลา เอาตัวเองไปจมกับอะไรบางอย่าง เราไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้มันเป็นสิ่งที่เราชอบจริงๆหรือเปล่า เราไม่เคยคิดเรื่องเงินทอง ไม่สนใจเรื่องค่าตอบแทนมากน้อย ไม่เคยคิดว่างานมันยาก หรือ ง่าย เราแค่อยากจะรู้ แค่อยากจะรู้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันทุกเช้าที่ลืมตาตื่น ไปจนถึงก่อนเราจะหลับ.. มันเป็นสิ่งที่เราโหยหามาโดยตลอดหรือเปล่า

greasycafe-until-tomorrow2

greasycafe-until-tomorrow4

เราเลยถาม ถามทุกคนที่เป็นทั้งเพื่อนร่วมงาน พี่ที่รู้จัก หัวหน้างาน คนใกล้ตัว ทุกคน ทุกคนที่ผ่านเข้ามา อยากจะได้คำแนะนำบางสิ่งบางอย่างที่คอยสะกิด และ สอนเราไม่ให้เราต้องล้มไม่เป็นท่าในวันข้างหน้า แต่เมื่อเรายิ่งถาม ยิ่งรู้ ยิ่งได้คำตอบ มันก็กลับกลายเป็นสิ่งเหล่านั้นไม่มีผลอะไรกับตัวเราเลยสักอย่าง อาจจะเป็นเพราะสิ่งที่เราเป็น สิ่งที่เรามองนั้นพื้นเพเดิมต่างจากคนอื่นอยู่แล้ว วันนึงเราแค่อยากจะทำบางสิ่งบางอย่าง เราแค่อยากสร้าง product มากกว่าทำตาม order ใครต่อใคร แค่อยากที่จะสร้าง อยากที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดของเราออกไปให้ใครสักคนด้วยความภาคภูมิใจจริงๆกับสิ่งที่ฉันจะทำ..

Jirayu Limjinda

ถ้าไม่รู้จักกัน บางทีคุณอาจจะไม่เข้าใจกับสิ่งที่ผมทำ.. กลับกัน ถ้าคุณรู้จักผมดี คุณจะไม่ต้องเอ่ยปากถามเลยว่าทำไม

แสดงความคิดเห็นของคุณที่นี่

loading, please wait..

loading, please wait..